รายละเอียดข้อมูลการตีพิมพ์เผยแพร่

ข้อมูลเชิงลึกของบทความวิจัยและผู้แต่ง

ข้อมูลบทความ

ชื่อบทความ การวิเคราะห์อภิมานความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสมาชิกในครอบครัวกับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: กรณีศึกษาในประเทศไทย
ประเภทการตีพิมพ์ วารสารวิชาการระดับชาติ
ชื่องานประชุมวิชาการ/วารสาร วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
ผู้แต่ง
กันยปริณ ทองสามสี
อิสระ ทองสามสี ผู้แต่งหลัก
วันที่ตีพิมพ์/นำเสนอ 27 ต.ค. 2567
ปีที่ 8
ฉบับที่ 10
หมายเลขหน้า 345-358
อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 1
บทคัดย่อ (Abstract)
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ สำรวจคุณลักษณะงานวิจัย วิเคราะห์อภิมานหาค่าดัชนีมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสมาชิกในครอบครัวกับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยจำแนกตามตัวแปรคุณลักษณะงานวิจัย เป็นการสังเคราะห์งานวิจัยด้วยวิธีการวิเคราะห์อภิมาน ประชากรคือ ผลงานวิจัยจำนวน 24 เรื่อง เกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสมาชิกในครอบครัวกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2556 - 2565 ที่มีค่าสถิติเพียงพอ และผ่านการประเมินคุณภาพ เลือกแบบเจาะจงตามขั้นตอน PRISMA 2020 เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพงานวิจัย และแบบสรุปคุณลักษณะงานวิจัยที่ผ่านการประเมินความตรงตามเนื้อหา การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรม Jamovi, MAJOR-Meta-Analysis for JAMOVI และโปรแกรม R ผลการศึกษาพบว่า คุณลักษณะงานวิจัยส่วนใหญ่พิมพ์เผยแพร่ระหว่าง พ.ศ. 2561 - 2565 ร้อยละ 66.7 ผลการวิเคราะห์อภิมานมีความแตกต่างของผลจากรายงานวิจัย และไม่มีอคติจากการตีพิมพ์ ค่าดัชนีมาตรฐานพบความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสมาชิกในครอบครัวกับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (r = .22, p < .001) ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าดัชนีมาตรฐานจำแนกตามตัวแปรคุณลักษณะงานวิจัย พบว่า ปีที่พิมพ์เผยแพร่แตกต่างกันส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสมาชิกในครอบครัวกับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แตกต่างกัน (r = .16, p = .037) โดยผลงานวิจัยที่ปีที่พิมพ์เผยแพร่ระหว่าง พ.ศ. 2561 - 2565 พบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสมาชิกในครอบครัวกับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับปานกลาง (r = .27, p < .0001) ซึ่งแตกต่างจาก พ.ศ. 2556 - 2560 ที่พบในระดับต่ำ (r = .11, p < .05) เช่นเดียวกับค่าดัชนีมาตรฐานของผลการศึกษาระยะ 10 ปี
© 2026 ระบบฐานข้อมูลวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา