รายละเอียดข้อมูลการตีพิมพ์เผยแพร่

ข้อมูลเชิงลึกของบทความวิจัยและผู้แต่ง

ข้อมูลบทความ

ชื่อบทความ การพัฒนาและประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์แท่งอโรมาติกบาล์มน้ำมันไพลผสมน้ำมันกระดูกไก่ดำ
ประเภทการตีพิมพ์ วารสารวิชาการระดับชาติ
ชื่องานประชุมวิชาการ/วารสาร วารสารหมอยาไทยวิจัย
ผู้แต่ง
กชกร สุขจันทร อินทนูจิตร
กมลชนกรณ์ บัวศรี
กรกนก พรหมณี
พิชชาภา แซ่ตัน
ฟิรดาว เหมมัน
ธนพร อิสระทะ ผู้แต่งหลัก
วันที่ตีพิมพ์/นำเสนอ 1 ก.ค. 2569
ปีที่ 2026
ฉบับที่ 1
หมายเลขหน้า 23-40
อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 2
บทคัดย่อ (Abstract)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันไพลและน้ำมันกระดูกไก่ดำ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แท่งอโรมาติกบาล์มน้ำมันไพลและกระดูกไก่ดำ และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันกระดูกไก่ดำและน้ำมันไพลด้วยวิธี HS-SPME-GC–EI/MS พบว่า น้ำมันกระดูกไก่ดำมี Camphor มากที่สุด รองลงมาคือ 2-Heptanone และ Butylated Hydroxytoluene ตามลำดับ น้ำมันไพลมี Terpinen-4-ol มากที่สุด รองลงมา Sabinene และ γ-Terpinene ตามลำดับ ซึ่งเป็นสารกลุ่ม Monoterpene และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จากนั้นนำน้ำมันดังกล่าวมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แท่งอโรมาติกบาล์มน้ำมันไพลผสมน้ำมันกระดูกไก่ดำ จำนวน 3 สูตร ศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและความคงตัวของผลิตภัณฑ์ด้วยวิธี heating-cooling cycle จำนวน 6 รอบ และประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มผช. 770/2548 พบว่า สูตรที่ 3 มีคุณสมบัติทางกายภาพและความคงตัวเหมาะสมที่สุด คือ เนื้อผลิตภัณฑ์มีลักษณะกึ่งแข็ง ไม่แยกชั้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมผ่านผิวหนังได้ง่าย มีค่า pH เท่ากับ 5.5 การประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์แท่งอโรมาติกบาล์มน้ำมันไพลผสมกระดูกไก่ดำ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่มีอาการปวดบริเวณ คอ บ่า ไหล่ ซึ่งมารับบริการในโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จำนวน 125 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาพบว่า มีความพึงพอใจต่อรูปแบบผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด (4.72±0.07) ความพึงพอใจต่อเนื้อผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด (4.72±0.19) ความพึงพอใจต่อสีของผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด (4.75±0.07) ความพึงพอใจต่อกลิ่นของผลิตภัณฑ์เชิงบวกอยู่ในระดับมากที่สุด (4.35±0.90) โดยกลิ่นของผลิตภัณฑ์ทำให้รู้สึกดี กระปรี้กระเปรา สดชื่น ผ่อนคลาย ตื่นตัว และความพึงพอใจด้านการใช้ผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด (4.72±0.11) ผลิตภัณฑ์มีรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมในการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ และควรมีการศึกษาประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ในเชิงคลินิคต่อไป
© 2026 ระบบฐานข้อมูลวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา