รายละเอียดข้อมูลการตีพิมพ์เผยแพร่
ข้อมูลเชิงลึกของบทความวิจัยและผู้แต่ง
ข้อมูลบทความ
| ชื่อบทความ | การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย จังหวัดสงขลา |
|---|---|
| ประเภทการตีพิมพ์ | ประชุมวิชาการระดับชาติ |
| ชื่องานประชุมวิชาการ/วารสาร | การประชุมวิชาการระดับชาติด้านภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเครือข่ายภาคใต้ ครั้งที่ 5 |
| ผู้แต่ง |
อติวิชญ์ มิตรงาม ผู้แต่งหลัก
นาถนเรศ อาคาสุวรรณ |
| วันที่ตีพิมพ์/นำเสนอ | 30 ม.ค. 2569 |
| ปีที่ | - |
| ฉบับที่ | - |
| หมายเลขหน้า | - |
| อยู่ในฐานข้อมูล | ประชุมวิชาการระดับชาติ |
| บทคัดย่อ (Abstract) |
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาลำดับความสำคัญของปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุทกภัย
และจำแนกพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ร่วมกับกระบวนการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process: AHP) สำหรับการศึกษาครั้งนี้ ได้พิจารณาปัจจัยจำนวน 6 ปัจจัย ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี เป็นปัจจัยที่มีลำดับความสำคัญต่อการเกิดอุทกภัยมากที่สุด โดยปัจจัยที่มีลำดับความสำคัญรองลงมา คือ ความลาดชัน ระยะห่างจากลำน้ำ การใช้ประโยชน์ที่ดิน การระบายน้ำของดิน และความหนาแน่นของโครงข่ายคมนาคม ผลการจำแนกพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในจังหวัดสงขลา พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่จัดอยู่ในระดับเสี่ยงปานกลาง (คิดเป็นร้อยละ 40.54) รองลงมาคือ พื้นที่เสี่ยงต่ำ (ร้อยละ 37.66) พื้นที่ไม่เสี่ยง (ร้อยละ 14.61) และพื้นที่เสี่ยงสูง (ร้อยละ 7.19) ตามลำดับ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบผลการจำแนกพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยของพื้นที่จังหวัดสงขลา ในระดับความเสี่ยงปานและเสี่ยงสูง ซึ่งมีเนื้อที่รวมกัน 3,430.59 ตารางกิโลเมตร ร่วมกับข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมจริงในปี พ.ศ. 2568 พบว่าพื้นที่มีความสอดคล้องเชิงพื้นที่กับบริเวณพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย พ.ศ. 2568 คิดเป็นเนื้อที่ 1,577.22 ตารางกิโลเมตร จากการพิจารณาเปรียบเทียบกับพื้นที่น้ำท่วมจริงทั้งหมด 1,670.42 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 94.42 ของพื้นที่ ชี้ให้เห็นว่าสภาพพื้นที่ที่ต่างกันส่งผลให้ความรุนแรงของอุทกภัยต่างกัน การบริหารจัดการจึงต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทเฉพาะถิ่น เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันและแก้ไข |